การค้าไทย-GCC แตะ 35,760 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 และโอมานยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในกลุ่มอ่าวอาหรับ — โอกาสที่ SME ไทยยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่
ภาพรวม
ในช่วงเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและโอมานเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ปริมาณสินค้า ความลึกของเครือข่ายธุรกิจ และระดับการทูต แต่หลายบริษัทไทยยังมองโอมานเป็นเพียง "ปลายทางเล็ก" เมื่อเทียบกับตลาด UAE หรือซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่โอมานมีจุดแข็งเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากประเทศอื่นในกลุ่ม GCC
บทความนี้รวบรวมข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานรัฐ สถาบันวิจัย และการประชุมทางการทูตระดับสูง เพื่อให้ผู้บริหารและนักธุรกิจไทยมีภาพที่ชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ไทย-โอมานอยู่ที่จุดไหนในปี 2026 และโอกาสที่เปิดกว้างอยู่ตรงไหน
การค้าไทย-GCC ทะลุ 35,760 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024 และโตถึง +22.78% ใน Q1/2025 — ตัวเลขนี้ชัดเจนว่าตลาด GCC รวมถึงโอมานไม่ใช่ตลาดรอง แต่คือเครื่องยนต์การเติบโตที่ไทยต้องให้ความสำคัญมากขึ้น
การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ GCC ทั้งหกประเทศ ซึ่งรวมถึงโอมาน คิดเป็น 5.89% ของการค้าโลกทั้งหมดของไทย และ 87.97% ของการค้าไทยกับตะวันออกกลาง[1] ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่ม GCC ไม่ใช่ตลาดรอง แต่คือหัวใจของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง
ในปี 2024 มูลค่าการค้าไทย-GCC รวมทั้งสิ้น 35,760 ล้านดอลลาร์[1] และเมื่อดู Q1/2025 ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นถึง 10,150 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น +22.78% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา[1] สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าแรงขับเคลื่อนการค้ายังคงแข็งแกร่ง
โอมานโดยเฉพาะ ครองตำแหน่ง คู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในกลุ่ม GCC[2] รองจาก UAE และซาอุดีอาระเบีย ไทยส่งออกไปยัง GCC หลัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยางพลาสติก ขณะที่ไทยนำเข้าน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และโลหะมีค่าจากภูมิภาคนี้
หาก FTA ไทย-GCC มีผลบังคับใช้ ผู้ส่งออกไทยจะไม่ต้องแบกภาษีนำเข้าที่มีอยู่ในหลายหมวดสินค้าอีกต่อไป — ผลการศึกษาชี้ว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 2.18–4.10 พันล้านดอลลาร์ และสำคัญกว่านั้น เวลาที่ต้องเตรียมคือตอนนี้ก่อน FTA จะมีผล
FTA (Free Trade Agreement) คือ ข้อตกลงการค้าเสรีที่ลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศคู่สัญญา — เมื่อไทยทำ FTA กับ GCC สินค้าไทยจะมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งที่ไม่มีข้อตกลงนี้
ก้าวสำคัญที่สุดในรอบทศวรรษสำหรับความสัมพันธ์ไทย-GCC คือการเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำ ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับกลุ่ม GCC
ผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่า หาก FTA มีผลบังคับใช้ การส่งออกของไทยไปยัง GCC รวมถึงโอมานจะเพิ่มขึ้น 2,180–4,100 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโต 23.85–44.82%[1] ขณะที่ GDP ไทยจะขยายตัวเพิ่มเติมอีก 0.36–0.49%[1]
สินค้าที่คาดว่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดจาก FTA ได้แก่ อาหารแปรรูป เคมีภัณฑ์ ยางและพลาสติก เครื่องจักร และยานยนต์ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพการผลิตสูงและโอมานมีความต้องการต่อเนื่อง
สำหรับ SME ไทย FTA หมายถึงต้นทุนสินค้าที่แข่งขันได้มากขึ้น โดยไม่ต้องแบกภาษีนำเข้าที่ในปัจจุบันยังมีอยู่ในหลายหมวดสินค้า การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ โดยการหาคู่ค้าในโอมานและทดสอบตลาด จะทำให้ธุรกิจไทยพร้อมขยายทันทีเมื่อ FTA มีผลบังคับใช้
ในปี 2025–2026 ทั้งสองฝ่ายประชุมระดับรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงถึง 2 ครั้งในเวลาไม่ถึง 3 เดือน — สัญญาณที่ชัดเจนว่าช่องทางธุรกิจใหม่กำลังจะตามมา และบริษัทไทยที่เตรียมความพร้อมอยู่แล้วจะได้เปรียบก่อนใคร
ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-โอมานในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ชัดเจนของทั้งสองฝ่ายในการยกระดับความร่วมมือ
เมื่อ 30 มกราคม 2025 รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศไทยและปลัดกระทรวงการต่างประเทศโอมานฝ่ายบริหารพบกันที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือแนวทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกมิติ[5]
จุดไฮไลท์ล่าสุดคือการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อ 16 เมษายน 2026 ที่กรุงมัสกัต ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน Sayyid Badr bin Hamad Al Busaidi และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว การหารือครอบคลุม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการฝึกอบรมทางการทูต[4]
การประชุมในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นสัญญาณที่นักธุรกิจควรจับตามอง เพราะการพัฒนาในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลมักนำมาซึ่งการเปิดช่องทางใหม่สำหรับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น MOU ธุรกิจ การจัดคณะผู้แทนค้า หรือการผ่อนปรนกฎระเบียบในบางหมวดสินค้า
อุตสาหกรรมที่มีโอกาสสูงสุดสำหรับ SME ไทยใน ปี 2025–2026 คือกลุ่มที่สอดคล้องกับ Oman Vision 2040 และตลาดผู้บริโภคโอมานที่เติบโต — ทั้ง 5 กลุ่มนี้ผู้ผลิตไทยมีความสามารถในการแข่งขันและโอมานมีความต้องการต่อเนื่อง
| อุตสาหกรรม | จุดแข็งของไทย | ความต้องการโอมาน |
|---|---|---|
| อาหารแปรรูป & ฮาลาล | ใบรับรองฮาลาล CICOT, ชื่อเสียงด้านคุณภาพ | สูงมาก — นำเข้า 80%+ ของอาหาร |
| สกินแคร์ & ความงาม | สมุนไพรไทย, T-Beauty trend | ตลาด $472M+ เติบโตต่อเนื่อง |
| ยานยนต์ & ชิ้นส่วน | OEM Toyota/Isuzu มาตรฐานสากล | อัตราการใช้รถสูง ต้องการอะไหล่คุณภาพ |
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | แบรนด์ไทยมีชื่อเสียง ราคาแข่งขันได้ | Smart City + กำลังซื้อสูง |
| สุขภาพ & เวชภัณฑ์ | อุปกรณ์การแพทย์มาตรฐาน WHO/CE | Vision 2040 ลงทุน Human Capital |
จากข้อมูลการหารือระดับธุรกิจและทิศทางนโยบาย Oman Vision 2040[6] ที่มุ่งกระจายเศรษฐกิจออกจากน้ำมัน สามารถระบุอุตสาหกรรมที่ SME และผู้ส่งออกไทยมีโอกาสสูงสุดในโอมานได้ 5 กลุ่ม ดังนี้
โอมานนำเข้าอาหารแปรรูปและเกษตรแปรรูปในสัดส่วนสูง ขณะที่ผู้บริโภคโอมานคุ้นเคยกับอาหารไทยผ่านร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต ผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ได้รับการรับรองฮาลาลมีโอกาสเจาะตลาดได้โดยตรง โดยเฉพาะน้ำพริก ซอส เครื่องแกง และขนมขบเคี้ยว
ผู้บริโภคโอมานให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติ สมุนไพรไทยและวัตถุดิบจากป่าเขตร้อนมีความน่าสนใจในสายตาลูกค้า ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยังมีพื้นที่สำหรับแบรนด์ไทยที่มีเรื่องราวที่จับต้องได้[3]
โอมานมีอัตราการใช้รถยนต์ต่อประชากรสูง และมีความต้องการอะไหล่คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยที่มีมาตรฐานสากลมีโอกาสเป็นซัปพลายเออร์ให้ศูนย์บริการและร้านอะไหล่ในโอมาน
รัฐบาลโอมานลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Smart City และครัวเรือนโอมานมีกำลังซื้อสูง เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะจากไทยมีโอกาสเติบโต
Oman Vision 2040 มุ่งพัฒนา human capital และยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร โดยประชากรโอมาน 64% อายุต่ำกว่า 30 ปี[6] กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทำให้อุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพจากไทยมีโอกาสเติบโตผ่านพันธมิตรจัดจำหน่ายในโอมาน
ทั้ง 5 กลุ่มนี้สอดคล้องกับสินค้าที่ทั้งสองรัฐบาลเน้นย้ำในการประชุมทวิภาคี และล้วนเป็นหมวดสินค้าที่ผู้ผลิตไทยมีความสามารถในการแข่งขัน การเข้าตลาดโอมานได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ทั้งในเรื่องการรับรองมาตรฐาน การหาตัวแทนท้องถิ่น และการสื่อสารกับลูกค้า คือตัวแปรสำคัญที่ตัดสินความสำเร็จระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาแนวทางส่งออกเพิ่มเติม อ่านได้ที่ คู่มือส่งออกสินค้าไทยไปโอมาน และ โอกาสธุรกิจไทยจาก Oman Vision 2040 นอกจากนี้ยังสามารถดูบทความทั้งหมดของเราได้ที่หน้าบทความ
ไทยส่งออกสินค้าอะไรไปโอมานมากที่สุด?
สินค้าส่งออกหลักของไทยไปตลาด GCC รวมถึงโอมาน ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก และอาหารแปรรูป โอมานยังมีความต้องการสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม สกินแคร์ และอาหารสุขภาพจากไทยที่เติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
FTA ไทย-GCC จะส่งผลต่อการค้ากับโอมานอย่างไร?
การศึกษาความเป็นไปได้ชี้ว่า FTA ไทย-GCC จะเพิ่มการส่งออกไทยไปยังกลุ่ม GCC รวมถึงโอมาน ได้ 2.18–4.10 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโต 23.85–44.82%[1] สินค้าที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ได้แก่ อาหาร เคมีภัณฑ์ ยาง และยานยนต์ การเตรียมฐานลูกค้าและโครงสร้างจัดจำหน่ายในโอมานตั้งแต่ตอนนี้ จะทำให้ธุรกิจไทยได้เปรียบเมื่อ FTA มีผลบังคับใช้
บริษัทไทยจะเริ่มต้นทำธุรกิจกับโอมานได้อย่างไร?
ขั้นตอนหลักประกอบด้วย: ศึกษาความต้องการตลาดและกฎระเบียบนำเข้าของโอมาน หาตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นที่มีเครือข่ายและความน่าเชื่อถือ เตรียมเอกสารมาตรฐาน GCC เช่น ใบรับรองฮาลาล สุขอนามัย และการขึ้นทะเบียนสินค้า การมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญตลาดโอมานและมีเครือข่ายพันธมิตรท้องถิ่นช่วยลดระยะเวลาและความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งอ้างอิง
ทีมที่ปรึกษาของเรายินดีช่วยประเมินโอกาสและวางแผนเจาะตลาดโอมานสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
ปรึกษาฟรี →