ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดโอมานเป็นหนึ่งในปลายทางส่งออกที่ธุรกิจไทยเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ด้วยเหตุผลทั้งด้านภูมิศาสตร์ นโยบายการค้าเสรี และความนิยมสินค้าไทยในกลุ่มผู้บริโภคชาวโอมาน ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไปโอมานมูลค่ารวมกว่า 539 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] — ตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าตลาดนี้มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ผู้ประกอบการไทยควรรู้ก่อนเริ่มต้นส่งออกสินค้าไปโอมาน ตั้งแต่ภาพรวมตลาด สินค้าที่มีโอกาส ช่องทางเข้าตลาด ไปจนถึงขั้นตอนเชิงปฏิบัติที่ใช้ได้จริง
ทำไมโอมานคือตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกสินค้าไทยไปโอมาน
โอมานมีประชากรราว 5 ล้านคน และตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรอาหรับกับมหาสมุทรอินเดีย ประเทศนี้เป็นสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเทศที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้การเข้าตลาดโอมานเปรียบเสมือนประตูที่นำไปสู่ตลาด GCC ทั้งหมด
โอมานเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง[3] (ข้อมูลปี 2567) ด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนานกว่า 40 ปี ปัจจัยที่ทำให้โอมานน่าสนใจเป็นพิเศษได้แก่:
- นโยบายเปิดเสรีการค้า — โอมานมีนโยบายส่งเสริมการนำเข้าและการลงทุนจากต่างประเทศที่เปิดกว้างที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
- ภาษีนำเข้าต่ำ — อัตราภาษีทั่วไปอยู่ที่ 5% ซึ่งต่ำกว่าหลายตลาดในเอเชีย
- กำลังซื้อสูง — รายได้ต่อหัวอยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคพร้อมจ่ายสำหรับสินค้าคุณภาพ
- ฐานกระจายสินค้า — ท่าเรือซาลาลาห์และมัสกัตเป็นจุดกระจายสินค้าสำคัญสู่ตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันออก และเอเชียใต้
ปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับโอมานเติบโตถึง 99%[1] ในปีเดียว และในช่วงต้นปี 2565 การส่งออกยังคงขยายตัวต่อเนื่องที่ 12.7%[1] — สัญญาณที่บ่งชี้ว่าความต้องการสินค้าไทยในตลาดโอมานยังคงแข็งแกร่ง
สินค้าไทยอะไรบ้างที่มีโอกาสในตลาดโอมาน
ผู้บริโภคชาวโอมานให้ความนิยมสินค้าไทยในหลายหมวด โดยเฉพาะอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยภาพลักษณ์ที่ชัดเจนด้านความสะอาด คุณภาพ และราคาที่คุ้มค่า แม้ว่าสินค้าไทยบางรายการจะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งจากเอเชียใต้ แต่กลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-บนของโอมานก็พร้อมจ่ายส่วนต่างนั้น
กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
- ข้าวหอมมะลิ — เป็นสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์ผลักดันเป็นพิเศษ ข้าวคุณภาพพรีเมียมของไทยเป็นที่ต้องการสูง
- ผลไม้สดและแปรรูป — มะขามหวาน มะม่วง ทุเรียนแช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง ขยายตัวสูงมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
- เครื่องดื่มและเครื่องปรุง — น้ำมะพร้าว น้ำผลไม้ น้ำปลา ซอส เครื่องแกง ได้รับความนิยมในกลุ่มชุมชนเอเชียและผู้ชอบอาหารไทย
- อาหารฮาลาล — ตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโต การรับรองมาตรฐานฮาลาลไทยเป็นจุดแข็งสำคัญ
กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภค
- เครื่องสำอางและสกินแคร์ — ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย เช่น มะขาม ขมิ้น ว่านหางจระเข้ ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคหญิงในโอมาน
- ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง — ถุงมือยาง หมอนยางพารา สินค้าในกลุ่มนี้มีตลาดเฉพาะที่ชัดเจน
- เครื่องใช้ไฟฟ้า — เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น จากแบรนด์ไทยและบริษัทที่ผลิตในประเทศไทย
- วัสดุก่อสร้าง — กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ตลาดนี้เติบโตตามโครงการ Oman Vision 2040
ช่องทางและรูปแบบการส่งออกสินค้าไทยไปโอมาน
การเลือกช่องทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ งบประมาณ และเป้าหมายระยะยาว ธุรกิจไทยที่ต้องการเข้าตลาดโอมานมีทางเลือกหลัก 3 รูปแบบ:
1. ผ่าน Distributor (ตัวแทนจำหน่าย)
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ยังไม่คุ้นเคยกับตลาด โดยมอบหมายให้บริษัทในโอมานดูแลการนำเข้า คลังสินค้า และการกระจายสินค้าแทน ข้อดีคือลดความเสี่ยงและต้นทุนเริ่มต้น แต่ต้องพึ่งพาคู่ค้าในพื้นที่และผลกำไรจะถูกแบ่งออก
2. Direct Export (ส่งตรงไปยังลูกค้า)
เหมาะสำหรับสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือ B2B ที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว เช่น โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือผู้ผลิตที่ต้องการวัตถุดิบจากไทย ต้องการความเชี่ยวชาญด้านเอกสารและโลจิสติกส์
3. ผ่านงานแสดงสินค้า (Trade Fair)
โอมานจัดงาน Oman Food Exhibition และ Oman International Trade Fair เป็นประจำทุกปี เป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีในการหาคู่ค้าและทดสอบตลาดโดยไม่ต้องลงทุนสูง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มักมีคณะส่งออกไปร่วมงานเหล่านี้
ขั้นตอนเริ่มต้นส่งออกสินค้าไทยไปโอมาน
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยส่งออก หรืออยากเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้:
- ศึกษาและวิเคราะห์ตลาด — ตรวจสอบว่าสินค้าของคุณมีคู่แข่งอยู่แล้วในโอมานหรือไม่ ราคา packaging และมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
- เตรียมเอกสารและใบรับรอง — Certificate of Origin (หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า), ใบรับรองสุขอนามัยสำหรับอาหาร, ใบรับรองฮาลาล (ถ้ามี) จากองค์กรที่โอมานรับรอง
- หาคู่ค้าหรือตัวแทนในโอมาน — ผ่าน DITP, สถานเอกอัครราชทูตไทยในมัสกัต, หรือบริษัทที่ปรึกษาที่มีเครือข่ายในพื้นที่
- วางแผนโลจิสติกส์ — เส้นทางทางเรือจากแหลมฉบัง/กรุงเทพฯ ไปท่าเรือมัสกัตใช้เวลาประมาณ 14-18 วัน ทางอากาศ 1-2 วันแต่ต้นทุนสูงกว่า
- เปิดสัมพันธ์ระยะยาว — วัฒนธรรมธุรกิจโอมานให้ความสำคัญกับความไว้วางใจและความสัมพันธ์ส่วนตัว ควรวางแผนการเยือนและพบปะคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไทยไปโอมาน
ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ในการเริ่มส่งออกไปโอมาน?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก การส่งออกผ่าน Distributor สามารถเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุนน้อยกว่า เนื่องจากไม่ต้องลงทุนโกดังหรือทีมงานในพื้นที่ ขั้นต่ำควรเตรียมงบสำหรับค่าเอกสาร ค่าขนส่ง และค่าตัวอย่างสินค้า ซึ่งโดยทั่วไปเริ่มต้นที่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทสำหรับ pilot shipment แรก
สินค้าไทยต้องมีใบรับรองอะไรบ้างในการส่งออกไปโอมาน?
สำหรับสินค้าอาหารต้องมี Certificate of Origin, Health Certificate จากกรมปศุสัตว์หรือกรมวิชาการเกษตร และใบรับรองฮาลาลสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้อง โอมานให้การรับรองใบรับรองฮาลาลจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) สินค้าอุตสาหกรรมต้องมีเอกสารมาตรฐาน เช่น CE Marking หรือ GCC Standardization Organization (GSO) ตามประเภทสินค้า
โอมานสามารถเป็นประตูกระจายสินค้าไปตลาด GCC อื่นได้ไหม?
ได้ โอมานมีท่าเรือซาลาลาห์ (Port of Salalah) ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือ transshipment ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สินค้าที่เข้ามาที่โอมานสามารถกระจายต่อไปยังซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน กาตาร์ รวมถึงตลาดแอฟริกาตะวันออก เช่น เคนยาและเอธิโอเปีย