ภาพรวม
- ผู้บริโภคโอมาน GDP per capita ~$20,285 ตลาด e-commerce $2.94 พันล้านดอลลาร์ — กำลังซื้อสูงและโตต่อเนื่อง
- นิยมแฟชั่น (28.59%), อาหารฮาลาล (CAGR 8%), และสกินแคร์ธรรมชาติ — ใบรับรองฮาลาลคือข้อกำหนดที่ขาดไม่ได้
- Peak season คือ Ramadan + Eid — ต้องเตรียมสินค้าและแคมเปญล่วงหน้า 2–3 เดือน
สำหรับ SME ไทยที่กำลังมองหาตลาดใหม่ โอมานถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจอย่างมาก ด้วยจำนวนประชากร 5.3 ล้านคน[1] และ GDP per capita ประมาณ 20,285 ดอลลาร์สหรัฐฯ[1] ผู้บริโภคโอมานมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและมีความต้องการสินค้าคุณภาพที่หลากหลาย
แต่ก่อนจะตัดสินใจส่งสินค้าออกหรือเปิดตลาด ผู้ประกอบการต้องเข้าใจลึกขึ้นว่า "คนโอมานชอบอะไร" และอะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจซื้อของพวกเขา บทความนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณเริ่มต้นวางแผนได้อย่างมั่นใจ
ผู้บริโภคโอมานเป็นใคร และมีกำลังซื้อระดับไหน?
ก่อนจะรู้ว่าคนโอมานชอบอะไร ต้องเข้าใจก่อนว่าพวกเขาเป็นใคร โอมานมีประชากรประมาณ 5.3 ล้านคน[1] โดยแบ่งเป็นคนท้องถิ่น (Omani National) กว่า 56% และแรงงานต่างชาติ (Expatriates) กว่า 43%[3] ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน และฟิลิปปินส์
กลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับสินค้าพรีเมียมและแบรนด์ใหม่ คือ "คนโอมานแท้" ที่มีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย และมีพฤติกรรมผู้บริโภคที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ศาสนา และสถานะทางสังคม ขณะที่แรงงานต่างชาตินิยมสินค้าราคาถูกและของชำ
ตัวเลขที่สำคัญ: อัตราการเติบโตของการบริโภคส่วนบุคคลอยู่ที่ 2.8% ในปี 2025 และ 2.6% ในปี 2026[1] — ตลาดยังคงขยายตัวอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
คนโอมานนิยมซื้อสินค้าประเภทไหนมากที่สุดในปี 2026?
สินค้า 3 กลุ่มที่คนโอมานซื้อมากที่สุดคือ แฟชั่น (28.59% ของ e-commerce), อาหารและเครื่องดื่มฮาลาล (CAGR 8.02%), และผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติ — ทั้ง 3 กลุ่มนี้ตรงกับจุดแข็งของสินค้าไทย
| หมวดสินค้า | ตัวเลขสำคัญ | โอกาสสินค้าไทย |
|---|---|---|
| แฟชั่น | 28.59% ของ e-commerce | เสื้อผ้า Modest Fashion Halal |
| อาหารและเครื่องดื่ม | CAGR 8.02% ถึงปี 2031 | ซอส กะทิ ข้าว อาหารไทยฮาลาล |
| ความงามและสุขภาพ | ติดอันดับซื้อออนไลน์สูงสุด | สกินแคร์สมุนไพรฮาลาล |
| Wellness & Spa | เติบโตตามตลาดโรงแรม 4–5 ดาว | สินค้า wellness น้ำมันหอมระเหย |
ตลาด e-commerce ของโอมานมีมูลค่าสูงถึง 2.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 และคาดว่าจะแตะ 3.26 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 โดยมีอัตราการเติบโต CAGR 7.22% จนถึงปี 2031[2] สินค้าที่ขายดีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก:
แฟชั่นและเครื่องแต่งกาย
แฟชั่นครองส่วนแบ่งตลาด e-commerce สูงสุดที่ 28.59%[2] คนโอมานให้ความสำคัญกับการแต่งกายทั้งในรูปแบบดั้งเดิม เช่น ดิชดาชา (Dishdasha) สำหรับผู้ชาย และอาบายา (Abaya) สำหรับผู้หญิง รวมถึงเสื้อผ้าร่วมสมัยสำหรับโอกาสต่างๆ แบรนด์ระดับกลางถึงพรีเมียมมักได้รับความนิยมมากกว่าสินค้าราคาถูก
อาหารและเครื่องดื่ม
หมวดอาหารและเครื่องดื่มเติบโตเร็วที่สุดด้วย CAGR 8.02% จนถึงปี 2031[2] คนโอมานนิยมอาหารฮาลาลเป็นหลัก โดยเฉพาะอาหารตะวันออกกลางแบบดั้งเดิม เช่น ข้าวหมก (Biryani) อาหารทะเล และขนมหวานอาหรับ นอกจากนี้ยังมีความสนใจในอาหารนานาชาติที่ผ่านการรับรองฮาลาล รวมถึงอาหารไทยที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม expat และคนรุ่นใหม่
ความงามและสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ความงาม (Beauty Care) ติดอันดับสินค้าที่ซื้อออนไลน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคโอมานนิยมสกินแคร์จากธรรมชาติ ครีมบำรุงผิว และน้ำหอม โดยเฉพาะ Oud และ Bakhoor ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ประจำชาติ
วัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์โอมานส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างไร?
วัฒนธรรมโอมานมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อใน 3 มิติหลัก: ศาสนาอิสลาม (ฮาลาล), ความผูกพันของครอบครัว, และฤดูกาลศาสนา (Ramadan/Eid) — ผู้ที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้จะได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ไม่ปรับตัว
ความเข้าใจวัฒนธรรมโอมานเป็นกุญแจสำคัญในการทำตลาดที่ประสบความสำเร็จ การพลาดจุดนี้อาจทำให้สินค้าดีแต่ไม่ขาย
สังคมครอบครัวและความสำคัญของฮาลาล
ฮาลาล คือ หลักปฏิบัติตามศาสนาอิสลามที่รับรองว่าสินค้าหรืออาหารนั้นไม่มีส่วนประกอบต้องห้ามและผลิตตามบัญญัติของศาสนา — เป็นมาตรฐานที่ผู้บริโภคมุสลิมให้ความสำคัญสูงในทุกหมวดสินค้า
สังคมโอมานยึดโยงกับครอบครัวอย่างแน่นแฟ้น การซื้อของมักเป็นการตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่เพียงความต้องการส่วนตัว สินค้าที่เชื่อมโยงกับความสุขของครอบครัว คุณค่าด้านสุขภาพ หรือสถานะทางสังคม มักได้รับการยอมรับสูง
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การรับรองฮาลาล — ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องผ่านหรืออย่างน้อยต้องไม่ขัดต่อหลักฮาลาล สินค้าที่มีฉลากฮาลาลจากองค์กรที่น่าเชื่อถือจะได้เปรียบอย่างชัดเจน
ดิจิทัลและการช้อปออนไลน์
โอมานก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างรวดเร็วกว่าที่หลายคนคาด ปริมาณธุรกรรมผ่านมือถือเติบโต กว่า 5 เท่าระหว่างปี 2022–2023[2] และ 87% ของธุรกรรมทั้งหมดเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลภายในปลายปี 2024[2] สินค้าที่มีสถานะออนไลน์ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น Instagram, TikTok หรือ e-commerce จะได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ
ฤดูกาลซื้อที่สำคัญ
ช่วง Ramadan และ Eid al-Fitr คือ peak season ของการซื้อของในโอมาน ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้า ของขวัญ น้ำหอม และอาหารเป็นปริมาณมาก นักธุรกิจที่เตรียมสต็อกและแคมเปญไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือนจะได้เปรียบอย่างเด่นชัด รองลงมาคือ Eid al-Adha และ National Day (18 พฤศจิกายน)
สินค้าไทยประเภทไหนที่มีโอกาสสูงสุดในตลาดโอมาน?
เมื่อนำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคโอมานมาวิเคราะห์ร่วมกับจุดแข็งของสินค้าไทย พบโอกาสที่ชัดเจนใน 4 กลุ่มหลัก:
- สกินแคร์และความงามจากสมุนไพรไทย — กระแส natural และ eco-friendly กำลังแรงในโอมาน สกินแคร์ไทยที่ผ่านการรับรองฮาลาลมีโอกาสสูงมากในตลาดนี้ อ่านข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่ ตลาดสกินแคร์โอมาน: โอกาสสำหรับผู้ส่งออกไทย
- อาหารไทยฮาลาล — ซอสพริก น้ำจิ้ม กะทิ ข้าว และขนมไทยฮาลาล ล้วนเป็นที่ต้องการในหมู่คนรุ่นใหม่และครัวเรือนที่ชื่นชอบอาหารนานาชาติ
- ผลิตภัณฑ์ Wellness และ Spa — โอมานมีตลาดโรงแรมและรีสอร์ทที่เติบโตสูง สินค้า wellness แบบไทยมีโอกาสเป็น supplier ให้กับโรงแรมระดับ 4–5 ดาว
- เครื่องประดับและงานหัตถกรรมคุณภาพ — งาน craft ไทยและเครื่องประดับธรรมชาติได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาความแตกต่าง
หากคุณกำลังพิจารณาเข้าตลาดโอมานและต้องการข้อมูลที่ลึกกว่านี้ ทีม Bharat & Arabia World พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การหาพันธมิตรท้องถิ่น ไปจนถึงการวางกลยุทธ์การเข้าตลาดจริง ดูรายละเอียดบริการได้ที่ Business Consulting & Market Entry
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้บริโภคโอมาน
คนโอมานใช้ช่องทางไหนซื้อของมากที่สุด?
คนโอมานนิยมช้อปผ่านแอปมือถือและเว็บไซต์ e-commerce เป็นหลัก โดย 87% ของธุรกรรมเป็นแบบดิจิทัลในปี 2024 แพลตฟอร์มยอดนิยม ได้แก่ Noon, Amazon.ae และแบรนด์ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังนิยมซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น Muscat City Centre และ Avenues Mall
สินค้าจากไทยประเภทไหนที่มีโอกาสในโอมาน?
สกินแคร์สมุนไพรที่ผ่านการรับรองฮาลาล อาหารไทยฮาลาล (ซอส กะทิ ข้าว) ผลิตภัณฑ์ wellness และ spa รวมถึงงานหัตถกรรมระดับพรีเมียม ล้วนมีโอกาสในโอมาน โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นวัตถุดิบธรรมชาติและมีจุดขายด้านคุณภาพที่ชัดเจน
ช่วงไหนที่เหมาะกับการเปิดตัวสินค้าในโอมาน?
ช่วง Ramadan (มักตกในเดือนกุมภาพันธ์–เมษายน ขึ้นอยู่กับปี) และ Eid al-Fitr ถือเป็น peak season ของการซื้อของ รองลงมาคือ Eid al-Adha และ National Day โอมาน (18 พฤศจิกายน) ผู้ส่งออกควรเตรียมสินค้าและแคมเปญล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน