โอมานไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดส่งออกสินค้าอาหารและสินค้าอุตสาหกรรมสำหรับไทย — ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดความงามและสกินแคร์ในโอมานได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมความต้องการสินค้าที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น ผู้บริโภคชาวโอมานรุ่นใหม่ตื่นตัวด้านการดูแลผิว ให้ความสำคัญกับส่วนผสมธรรมชาติ และพร้อมจ่ายสำหรับผลิตภัณฑ์คุณภาพ
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีผลิตภัณฑ์สกินแคร์ — ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร ออร์แกนิก หรือมาตรฐานฮาลาล — โอมานคือประตูที่เปิดกว้างและยังไม่แออัดจากคู่แข่ง บทความนี้รวบรวมข้อมูลตลาดล่าสุด แนวโน้มที่น่าจับตา และแนวทางเข้าสู่ตลาดที่ได้ผลจริง
ภาพรวมตลาดสกินแคร์โอมานปัจจุบัน
ตลาด Beauty & Personal Care ในโอมานมีมูลค่ารวม 472.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1] โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 2.53% ตลอดช่วงปี 2568–2573 ในจำนวนนี้ กลุ่ม Skin Care มีมูลค่าตลาดที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 139.3 ล้านดอลลาร์ ในปี 2572[2]
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดได้แก่:
- กำลังซื้อที่สูง — รายได้ต่อหัวชาวโอมานอยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคพร้อมลงทุนกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพ
- ประชากรรุ่นใหม่ — ประชากรอายุต่ำกว่า 35 ปีมีสัดส่วนสูงกว่า 50% และตื่นตัวด้านความงามมากขึ้น
- อิทธิพลโซเชียลมีเดีย — Instagram และ TikTok ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสกินแคร์ในโอมานอย่างมีนัยสำคัญ
- การขยายตัวของ E-commerce — ยอดขายออนไลน์คาดจะแตะ 28% ของตลาดรวมในปี 2568[1]
แนวโน้มความต้องการสกินแคร์ธรรมชาติและฮาลาลในโอมาน
แนวโน้มที่โดดเด่นที่สุดในตลาดสกินแคร์โอมานตอนนี้คือการหันมาให้ความสำคัญกับ ส่วนผสมธรรมชาติและออร์แกนิก ตลาด Natural Skincare ในโอมานมีมูลค่าประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3] ผู้บริโภคชาวโอมานตระหนักถึงสิ่งที่ใช้กับผิวมากขึ้น และมีแนวโน้มตรวจสอบฉลากส่วนผสมก่อนซื้อ — นี่คือจุดแข็งที่สกินแคร์ไทยมีอยู่แต่เดิม
ตลาด Halal Skincare ที่ยังมีช่องว่าง
ประชากรส่วนใหญ่ในโอมานเป็นมุสลิม ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฮาลาลมีความได้เปรียบชัดเจน ประเทศไทยมีระบบรับรองฮาลาลจาก คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในโอมาน — ทำให้ผู้ผลิตไทยที่ผ่านการรับรองนี้มีความได้เปรียบทันทีในการเจรจากับผู้นำเข้า
กระแส T-Beauty กำลังมาแรง
T-Beauty (Thai Beauty) กำลังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ โดยผสมผสานแนวคิดจาก K-beauty และ J-beauty เข้ากับสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย ส่วนผสมยอดนิยมจากไทยที่มีตลาดในโอมาน ได้แก่:
- ว่านหางจระเข้ — moisturizing ที่ผู้บริโภคอาหรับคุ้นเคยและไว้วางใจ
- ขมิ้นและสมุนไพรไทย — ภาพลักษณ์ธรรมชาติและมีรากฐานทางวัฒนธรรม
- น้ำมันมะพร้าว — ได้รับความนิยมสูงในกลุ่ม clean beauty ทั่วโลก
- ข้าวและมะขาม — สารสกัดที่โด่งดังจากสกินแคร์ไทยในตลาดเอเชีย
โอกาสส่งออกสกินแคร์ไทยไปโอมาน
ผู้ประกอบการไทยในธุรกิจสกินแคร์มีจุดแข็งหลายด้านที่ตรงกับความต้องการตลาดโอมาน:
จุดแข็งของสกินแคร์ไทยในสายตาผู้บริโภคโอมาน
- ต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ — ราคาสกินแคร์ไทยมักอยู่ในช่วงกลาง-พรีเมียม ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายในโอมาน
- มาตรฐานการผลิตสูง — ไทยมีโรงงาน GMP และระบบควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล
- ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ — ตั้งแต่ moisturizer, serum, sunscreen ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรเฉพาะทาง
- ประสบการณ์ OEM/ODM — หลายโรงงานไทยรับผลิตตามสูตรของลูกค้า ทำให้ผู้นำเข้าโอมานสามารถมี private label ได้
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในโอมาน
ตลาดหลักสำหรับสกินแคร์ไทยในโอมานคือ ผู้หญิงโอมานอายุ 20–45 ปี ที่ติดตามเทรนด์ความงามจากโซเชียลมีเดีย รองลงมาคือชุมชนชาวต่างชาติในโอมาน (expat) ซึ่งมีประมาณ 44% ของประชากรทั้งหมด หลายคนคุ้นเคยกับแบรนด์เอเชียอยู่แล้ว
ช่องทางเจาะตลาดความงาม GCC สำหรับผู้ส่งออกสกินแคร์ไทย
การเข้าสู่ตลาดสกินแคร์โอมานไม่จำเป็นต้องเริ่มใหญ่ — ธุรกิจไทยหลายรายเริ่มต้นจากการทดสอบตลาดเล็กๆ แล้วขยายเมื่อได้รับการตอบรับที่ดี ช่องทางหลักที่ได้ผลมีดังนี้:
1. ร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า
ห้างใหญ่อย่าง Lulu Hypermarket, Carrefour, และ City Centre Muscat มีพื้นที่สำหรับสินค้าความงามนำเข้า การเข้าไปวางขายในช่องทางนี้ต้องผ่าน Distributor ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ซื้อของห้างเหล่านี้อยู่แล้ว
2. ช่องทางออนไลน์และ Social Commerce
ยอดขายออนไลน์คาดเป็น 28% ของตลาดรวมในปี 2568 แพลตฟอร์มหลักในโอมาน ได้แก่ Amazon.ae (ครอบคลุม UAE-Oman), Noon, และการขายผ่าน Instagram/TikTok โดยตรง ช่องทางนี้เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ชัดเจนและ storytelling ที่ดี
3. Beauty Clinics และ Spa
คลินิกความงามและสปาในโอมานเป็นช่องทางที่นิยมใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์คุณภาพสูง มักเปิดรับสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่แนะนำโดยผู้รู้จัก ช่องทางนี้เหมาะสำหรับ บริการจับคู่ธุรกิจ ที่ช่วยเชื่อมแบรนด์ไทยกับผู้ซื้อในพื้นที่โดยตรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดสกินแคร์โอมาน
ตลาดสกินแคร์โอมานใหญ่แค่ไหนและเติบโตเร็วไหม?
ตลาด Beauty & Personal Care ในโอมานมีมูลค่า 472.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 โดยกลุ่ม Skin Care คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 139.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2572 อัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 2.53% ต่อปี ซึ่งสม่ำเสมอและมั่นคง เหมาะสำหรับการเข้าตลาดระยะยาว ไม่ใช่ตลาดที่เติบโตแบบ hype แล้วหยุด
สกินแคร์ไทยต้องมีใบรับรองอะไรบ้างในการส่งออกไปโอมาน?
สำหรับเครื่องสำอางและสกินแคร์ ต้องมี: (1) Certificate of Origin จากกรมการค้าต่างประเทศ (2) ใบรับรองสุขภาพหรือใบวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (3) ใบรับรองฮาลาลจาก CICOT หากสินค้าต้องการ positioning นี้ในตลาด (4) เอกสาร GCC Standardization Organization (GSO) สำหรับบางหมวดสินค้า การมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบโอมานช่วยลดขั้นตอนได้มาก
ช่องทางขายสกินแคร์ในโอมานที่ได้ผลดีที่สุดคืออะไร?
ขึ้นอยู่กับ positioning ของสินค้า — สินค้าพรีเมียมได้ผลดีผ่านห้างสรรพสินค้าและ beauty clinic, สินค้า mid-range เหมาะกับ hypermarket และ online marketplace อย่าง Amazon.ae และ Noon, ส่วนแบรนด์ที่มี storytelling ด้านธรรมชาติ/สมุนไพรได้ผลดีมากผ่าน Instagram และ TikTok เพราะชาวโอมานติดตามเทรนด์ความงามออนไลน์อย่างกระตือรือร้น