ตลาด Foodservice โอมานมีมูลค่า 1.89 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเติบโตต่อเนื่อง 7.65% ต่อปี — โอมานนำเข้าข้าวสาลีกว่า 92% และเนื้อสัตว์ 70% ทำให้สินค้าแปรรูปไทยมีพื้นที่ชัดเจนในตลาดนี้
ภาพรวม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โอมานกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่มีน้ำจืดต่ำเพียง 125 ลูกบาศก์เมตรต่อคนต่อปี[2] — ต่ำกว่าเกณฑ์ขาดแคลนน้ำของสหประชาชาติถึง 8 เท่า — ไม่สามารถพึ่งพาการผลิตอาหารในประเทศได้เต็มที่ ผลลัพธ์คือโอมานยังคงนำเข้าอาหารในหลายหมวดในสัดส่วนที่สูงมาก และนั่นคือโอกาสที่ SME ไทยไม่ควรมองข้าม
โอมานนำเข้าข้าวสาลีกว่า 92% ข้าว 85% และเนื้อสัตว์ถึง 70% จากต่างประเทศ[2] เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่จำกัดการทำเกษตรกรรมในประเทศอย่างรุนแรง แม้โอมานจะลงทุนมากกว่า 130 ล้านดอลลาร์ในเทคโนโลยีฟาร์มแนวตั้งและโรงเรือนอัจฉริยะ แต่ก็ลดการนำเข้าผักสดได้เพียง 25% เท่านั้น
อาหารแปรรูป (Processed Food) คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรสภาพจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น การบรรจุกระป๋อง การแช่แข็ง หรือการเติมสารถนอมอาหาร เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและเพิ่มความสะดวกในการบริโภค — หมวดสินค้านี้คือกลุ่มที่โอมานพึ่งพาการนำเข้าสูงที่สุดและยากต่อการทดแทนด้วยการผลิตในประเทศ
ปัจจัยเพิ่มเติมที่ผลักดันความต้องการ ได้แก่ การขยายตัวของประชากรเมือง การเพิ่มขึ้นของกลุ่ม Expat ชาวเอเชียและตะวันตก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ธุรกิจ Foodservice ต้องการวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง
ตลาด Foodservice ในโอมานมีมูลค่า 1.89 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และคาดว่าจะเติบโตในอัตรา 7.65% ต่อปี แตะระดับ 2.98 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031[1] นี่คือตลาดที่โตเร็วที่สุดในภาคอาหารของโอมาน และเป็นช่องทางหลักที่สินค้าแปรรูปไทยจะเข้าสู่ตลาด
| ภาคตลาด | มูลค่า 2026 | CAGR | คาดการณ์ 2031 |
|---|---|---|---|
| Foodservice (ร้านอาหาร / โรงแรม / Catering) | 1.89 พันล้าน USD | 7.65% | 2.98 พันล้าน USD |
ในมิติการนำเข้า อาหารคิดเป็น 13.69% ของสินค้านำเข้าทั้งหมดของโอมาน[3] และราคาอาหารนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น 15–20% ในปี 2025 จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการขนส่งทางทะเล[2] ทำให้ผู้นำเข้าโอมานต้องการ Supplier ที่หลากหลายและเชื่อถือได้มากขึ้น
สินค้าไทยที่มีโอกาสสูงในโอมาน ได้แก่ อาหารกระป๋อง (ทูน่า ซาร์ดีน) ข้าวสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส น้ำจิ้ม และอาหารพร้อมทาน ซึ่งปัจจุบันไทยส่งออกไปโอมานในกลุ่มนี้อยู่แล้ว โดยยอดส่งออกของไทยไปโอมานในครึ่งแรกของปี 2025 อยู่ที่ 222.12 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.62%[2]
| ประเภทสินค้า | จุดแข็งของไทย | ระดับโอกาสในโอมาน |
|---|---|---|
| ทูน่ากระป๋อง / ปลากระป๋อง | ไทยผู้ส่งออกอันดับต้นของโลก[4] มาตรฐาน FDA/BRC | สูงมาก — นิยมในโรงแรมและ Catering |
| ข้าวสำเร็จรูป / ข้าวหอมมะลิ | คุณภาพสูง รู้จักในตลาดโลก | สูง — โอมานนำเข้าข้าว 85% |
| เครื่องปรุงรส / น้ำจิ้ม / กะทิ | รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ราคาแข่งขันได้ | ปานกลาง–สูง — ตลาด Expat เอเชีย |
| ขนมขบเคี้ยว / ของว่างแปรรูป | ความหลากหลาย รสชาติใหม่ | ปานกลาง — กลุ่มคนรุ่นใหม่โอมาน |
| เครื่องดื่มสมุนไพร / ชาเขียว | กระแสสุขภาพนิยมสูงขึ้น | เพิ่มขึ้น — โตตามเทรนด์ Wellness |
สินค้าไทยได้เปรียบในด้านราคาต่อคุณภาพเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างอินเดียหรืออินโดนีเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าแปรรูปที่ต้องการมาตรฐาน Halal และ Food Safety ระดับสากล ซึ่งโรงงานไทยส่วนใหญ่ได้รับการรับรองแล้ว ทำให้ขั้นตอนการเข้าตลาดโอมานสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
SME ไทยที่ต้องการส่งออกอาหารแปรรูปไปโอมานต้องเตรียมใบรับรองฮาลาล มาตรฐาน HACCP และผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อกำหนดพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ก่อนยื่นขอนำเข้าในโอมาน
ช่องทางที่ได้ผลที่สุดสำหรับ SME ไทยคือการหา Local Importer/Distributor ที่มีเครือข่ายกับซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ เช่น Lulu Hypermarket, Carrefour, Sultan Center หรือช่องทาง B2B ตรงกับโรงแรมและร้านอาหาร ดูข้อมูลเพิ่มเติมในบทความ คู่มือส่งออกสินค้าไทยไปโอมาน
สินค้าไทยในโอมานมักมีราคาขายปลีกสูงกว่าราคาในไทย 25–40% จากต้นทุนโลจิสติกส์และ margin ของ Distributor ดังนั้น Packaging ที่สื่อถึงคุณภาพและมาตรฐานสากล พร้อมฉลากภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ จึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อโดยตรง สำหรับ SME ที่ยังไม่มีช่องทางในโอมาน การใช้บริการที่ปรึกษาที่มีเครือข่ายกับผู้นำเข้าในพื้นที่จะช่วยย่นระยะเวลาเข้าตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งอ้างอิง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Bharat & Arabia World พร้อมช่วยเชื่อมต่อสินค้าของคุณกับ Distributor ในโอมาน ตั้งแต่การขอใบรับรองจนถึงการวางขายในตลาด
ติดต่อเราฟรี →